SEO

ขยายกลุ่มเป้าหมายลูกค้าไปทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ International SEO

Guppy | พฤศจิกายน 10, 2023

Fast To Read

แน่นอนล่ะว่าหนึ่งในเป้าหมายของการสร้างเว็บไซต์ก็เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงของกลุ่มลูกค้า และ SEO ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ผู้พัฒนาเว็บไซต์นิยมใช้เพื่อเพิ่ม Traffic และการเข้าถึงเว็บไซต์ผ่านการสร้างคอนเทนต์และใช้ Keyword เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ ของการค้นหาบน Google นั่นเอง แต่หากมองไกลถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าในระดับต่างประเทศและต้องการตีตลาดในระดับสากล การทำ ‘International SEO’ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ควรนำมาปรับใช้เพื่อสร้างโอกาสของธุรกิจได้มากขึ้น

International SEO คืออะไร

International SEO

International SEO หรือการทำ SEO ระหว่างประเทศ คือรูปแบบของการทำ Search Engine Optimization รูปแบบหนึ่งที่มีการวางกลยุทธ์ของเนื้อหาและการปรับรูปแบบโครงสร้างเว็บไซต์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อให้อันดับเว็บไซต์บนเครื่องมือค้นหาสูงขึ้นสำหรับประเทศที่เราต้องการเข้าถึง และการทำ International SEO จะทำให้มั่นใจได้ว่าเครื่องมือค้นหาจะสามารถระบุประเทศกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้นและเลือกใช้ภาษาได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายในประเทศนั้นๆ 

ประโยชน์ของการทำ International SEO

International SEO

การทำ International SEO มีประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและขยายธุรกิจได้ โดยเฉพาะในต่างประเทศ เพราะจากผลสำรวจพบว่า 72% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ใช้เวลาออนไลน์ส่วนใหญ่ไปกับเว็บไซต์ที่มีการเขียนด้วยภาษาของตนเอง ทั้งยังมีแนวโน้มจะซื้อสินค้ามากขึ้นเมื่อข้อมูลสินค้าเขียนด้วยภาษาของเขาเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกหลายๆ ราย เช่น Apple, Ford Walmart หรือ Google ก็มีส่วนแบ่งตลาดขนาดใหญ่มาจากต่างประเทศ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม International SEO จึงสำคัญและควรพิจารณาเมื่อต้องการขยายธุรกิจไปทั่วโลก

5 เทคนิคในการทำ International SEO

International SEO

1. กำหนดรูปแบบโครงสร้าง URL 

สำหรับโครงสร้าง URL ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเว็บไซต์นั้นมีตัวเลือกให้กำหนดได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบล้วนมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น

    • ccTLD: หรือ Country code Top-Level Domain ที่จะเปลี่ยนโครงสร้าง URL ด้านท้ายเว็บไซต์ตามประเทศที่ต้องการ ยกตัวอย่างเช่น www.example.co.us ซึ่งข้อดีคือ ผู้ใช้จะรู้สึกว่าคุ้นเคยกับตัว Domain สำหรับประเทศของเขา และประเทศกลุ่มเป้าหมายชัดเจน แต่ข้อเสียคือ ราคาสูง เนื่องจากหากเราต้องการระบุกลุ่มเป้าหมายหลายประเทศอาจจะต้องซื้อหลาย Domain อีกทั้งยังทำให้ยากในการจัดอันดับเว็บไซต์
    • Subfolders: เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างได้รับความนิยมทั้งในผู้ที่ทำ SEO และผู้จัดทำเว็บไซต์ เนื่องจากคอนเทนต์ทุกอย่างสามารถรวมเข้าไว้ใน 1 Domain และสร้างหน้าเว็บไซต์ใหม่จากการเปลี่ยน URL path ได้ เช่น www.example.com/us ทำให้มีข้อดีในแง่ของการวิเคราะห์ข้อมูลและดูการรายงาน รวมไปถึงการตั้งค่าที่สามารถทำได้ในที่เดียว
    • Subdomain: จะคล้ายๆ กับ ccTLD แต่เป็นการปรับ Domain หลักในส่วนต้นให้สอดคล้องกับภูมิภาคนั้นๆ เช่น www.us.example.com ซึ่งถึงแม้จะดีกว่าวิธี ccTLD แต่การปรับโครงสร้างแบบ Subdomain ก็ยังคงต้องเพิ่มหน้าเว็บไซต์นอกเหนือไปจากหน้าหลัก และการมีหน้า Domain หลายๆ หน้าจะส่งผลให้การตรวจสอบและพัฒนาทำได้ยากขึ้น
    • Parameterized URL: สำหรับตัวเลือกนี้ มีข้อดีตรงที่ค่าใช้จ่ายน้อย แต่อาจจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน เนื่องจากที่อยู่เว็บไซต์จะประกอบไปด้วยตัวอักษรและเครื่องหมาย จึงทำให้ค่อนข้างสับสนว่าเป็น Bot หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น www.example.com/page?gl=US

2. ทำ Keyword Research เพื่อเลือก Keyword ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

Keyword มีความสำคัญในการทำ SEO ตามปกติอย่างไร กับ International SEO ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจาก Keyword จะช่วยให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในภูมิภาคที่ต่างกัน สำหรับกรณีนี้ คุณยังสามารถใช้เครื่องมือฟรีจาก Google อย่าง Google Trends เพื่อตรวจสอบว่าหัวข้ออะไรที่ถูกพูดถึงและได้รับความนิยมในการค้นหาสำหรับพื้นที่นั้นๆ

 

3. พัฒนาหน้า Landing Page ให้เหมาะสม

Landing Page เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของหน้าเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาพิเศษเพื่อต้องการบอกให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์รู้ถึงวัตถุประสงค์ที่เว็บไซต์ต้องการสื่อสาร ซึ่งการทำ International SEO เองก็ควรพิจารณาการปรับหน้า Landing Page ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้พื้นที่นั้นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งาน

 

4. ติดตั้ง Content Delivery Network (CDN)

Content Delivery Network คือเครือข่ายของเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อกันเพื่อเพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลจำนวนมาก เนื่องจากหากผู้ใช้อยู่ไกลจากเซิร์ฟเวอร์นั้น การโหลดไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ก็จะใช้เวลานาน แต่การเก็บไฟล์ไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ CDN ที่อยู่ใกล้ผู้ใช้มากกว่า ก็จะทำให้โหลดข้อมูลได้เร็วกว่านั่นเองค่ะ

 

5. ใช้แท็ก Hreflang ในการเปลี่ยนเส้นทางเว็บไซต์

แท็ก Hreflang คือองค์ประกอบของโค้ดในธีมของคุณที่เปิดใช้เครื่องมือค้นหาเพื่อระบุว่าเว็บไซต์จะใช้ภาษาอะไรและภูมิภาคใด จากนั้นจะส่งคืน URL ที่แหมาะสมโดยอิงจากภาษาและตำแหน่งที่ตั้งของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการใส่แท็ก Hreflang ในธีมของคุณจะเพิ่มแนวโน้มที่ลูกค้าจะได้รับการเปลี่ยนเส้นทางไปยังภาษาที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำความเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการนำเสนอได้สะดวกสบายมากขึ้น การเพิ่ม Hreflang จึงจำเป็นในการทำ International SEO

International SEO

บทสรุป

และถึงแม้ว่าการทำ International SEO จะอาศัยพื้นฐานเดียวกันกับ SEO ปกติ แต่ก็ยังคงมีเทคนิคบางอย่างที่ผู้สร้างและผู้พัฒนาเว็บไซต์ควรทำความเข้าใจเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับและตรงกลุ่มเป้าหมายในระดับต่างประเทศมากขึ้นนั่นเอง อย่าลืมนำความรู้ที่ได้รับจากบทความนี้ไปประยุกต์ใช้ในการเพิ่ม traffic จากทั่วโลกด้วย International SEO กันนะคะ

หากคุณต้องการรับคำปรึกษาเกี่ยวกับบริการ International SEO กับทางทีมงานของ Search Studio สามารถติดต่อเข้ามาได้เลยนะคะ ทางทีมของเรามีประสบการณ์การทำ SEO ให้เว็บภาษาอังกฤษที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นต่างชาติค่อนข้างเยอะค่ะ

Written By

Guppy
Guppy เริ่มงานสาย Online Marketing มาได้ไม่นานแต่เป็นทาสแมวมาอย่างยาวนาน! ยังคงศึกษางาน SEO และ Online Marketing ต่อไป ด้วยเป็นเด็กสายวิทย์ที่ชอบการอ่านมากกว่าฟัง ชอบวิเคราะห์ มีความขี้สงสัยและต้องค้นหาเหตุผลให้เจอ ยังคงหลงใหลในศิลปะการทำอาหาร สุดท้ายแล้วขอให้แมวจรทุกตัวมีบ้านค่ะ

Leave A Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Views

Get New Articles Monthly!

Recommend Article

Free SEO
Consultation

Claim your revenue growth strategy session valued at ฿35,000 – absolutely FREE!

Limited spots available !

Let’s talk

Got an idea in your mind? Pop your info into our form
and we will get back to you shortly.